บทที่ 2 ประวัติชีวิตของแม่นางกวักตามตำนาน
บิดาคือปู่เจ้าเขาเขียว
ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา แม่นางกวักเป็นบุตรีเพียงคนเดียวของ
"ปู่เจ้าเขาเขียว" ฤๅษีผู้ทรงฤทธิ์และเรืองวิชาอาคม
ผู้จำศีลบำเพ็ญพรตอยู่บนภูเขาอันอุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่ง ซึ่งผู้คนเรียกขานกันว่า
"เขาเขียว"
ปู่เจ้าเขาเขียวเป็นผู้มีเมตตาธรรมสูง ส่งเคราะห์แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก
และเป็นที่เคารพศรัทธาของผู้คนในละแวกนั้น
เชื่อกันว่าท่านมีความสามารถในการหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า
และสามารถใช้วิชาอาคมป้องกันภัยให้แก่ผู้คนได้
แม้ว่าจะดำรงชีวิตอย่างเรียบง่ายตามแบบนักพรต
แต่ปู่เจ้าเขาเขียวกลับเป็นผู้ที่มีจิตใจเปี่ยมด้วยความรักต่อบุตรสาวเพียงคนเดียวอย่างยิ่ง
ท่านเลี้ยงดูนางกวักด้วยความเอาใจใส่ ปลูกฝังให้เป็นผู้มีเมตตา อ่อนโยน
และรู้จักช่วยเหลือผู้อื่น
ผู้เฒ่าผู้แก่ในสมัยโบราณเชื่อว่า
บุญบารมีของปู่เจ้าเขาเขียวได้ส่งผลให้บุตรสาวได้รับพรแห่งความเป็นสิริมงคลติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด
จึงเป็นเหตุให้แม่นางกวักมีวาสนาแตกต่างจากบุคคลทั่วไป
ชีวิตในวัยเยาว์
ตำนานเล่าว่า นางกวักเป็นเด็กหญิงที่มีหน้าตางดงาม ผิวพรรณผุดผ่อง
กิริยามารยาทเรียบร้อย และมีนิสัยอ่อนหวานน่ารัก
ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ใด ผู้คนต่างพากันเอ็นดูและเมตตา บ้างก็นำอาหาร ขนม
หรือสิ่งของมามอบให้ด้วยความเต็มใจ
ราวกับมีเสน่ห์บางอย่างที่ดึงดูดใจผู้คนให้รักใคร่โดยไม่รู้ตัว
เมื่อเติบโตขึ้น นางกวักมักติดตามบิดาออกเดินทางไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ
เพื่อช่วยเหลือผู้คน บางครั้งช่วยแจกจ่ายสมุนไพร บางครั้งช่วยดูแลผู้เจ็บป่วย
ทำให้ผู้คนในทุกแห่งต่างรู้จักและชื่นชมในความมีน้ำใจของนาง
มีคำกล่าวในตำนานว่า
"หญิงเห็นหญิงทัก ชายเห็นชายรัก"
เป็นถ้อยคำที่ใช้อธิบายถึงเสน่ห์แห่งเมตตาบารมีของนางกวัก กล่าวคือ
ไม่ว่าผู้ใดได้พบเห็นก็มักเกิดความรู้สึกชื่นชม ยินดี และอยากเข้าใกล้
อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของนางมิได้เกิดจากรูปโฉมภายนอกเพียงอย่างเดียว
หากเกิดจากความจริงใจ ความอ่อนโยน
และความเมตตาที่แสดงออกต่อผู้คนทุกชนชั้นอย่างเสมอภาค
ด้วยเหตุนี้ ชื่อเสียงของนางกวักจึงแพร่กระจายไปยังเมืองและชุมชนต่าง ๆ
อย่างรวดเร็ว
การได้รับพรจากพระฤาษี
วันหนึ่ง
ปู่เจ้าเขาเขียวได้พาบุตรสาวเดินทางเข้าไปยังสำนักของพระฤาษีผู้ทรงอภิญญา
ซึ่งเป็นสหธรรมิกที่เคารพนับถือกันมาเป็นเวลานาน
พระฤาษีรูปนั้นมีญาณวิเศษ สามารถหยั่งรู้อนาคตของผู้คนได้
เมื่อทอดสายตามองนางกวัก ท่านก็เห็นถึงบุญญาธิการอันยิ่งใหญ่ที่สะสมมาแต่ปางก่อน
ท่านกล่าวกับปู่เจ้าเขาเขียวว่า
"บุตรสาวของท่านผู้นี้ จักเป็นที่รักของมหาชน
ผู้ใดพบเห็นย่อมเกิดความเมตตา ผู้ใดคบหาย่อมได้รับความสุข"
จากนั้นพระฤาษีได้ประกอบพิธีประสิทธิพร พร้อมบริกรรมมนตราศักดิ์สิทธิ์
เพื่อเสริมบุญบารมีที่มีอยู่เดิมให้ยิ่งเพิ่มพูน
พรที่พระฤาษีมอบให้นั้น ประกอบด้วย
·
เมตตามหานิยม
·
มหาเสน่ห์
·
มหาโชคลาภ
·
ความสำเร็จในการติดต่อค้าขาย
·
ความเจริญรุ่งเรืองแก่ผู้เกี่ยวข้อง
หลังจากได้รับพรครั้งนั้น
ผู้คนที่ได้พบเห็นนางกวักต่างเกิดความรู้สึกเลื่อมใส ชื่นชม
และอยากเข้าหาอย่างประหลาด
จึงเกิดความเชื่อว่า
พระฤาษีเป็นผู้ประสิทธิ์อานุภาพแห่งการเรียกทรัพย์และเรียกลาภให้แก่นางกวัก
เหตุการณ์ดังกล่าวได้กลายเป็นที่มาของวรรคหนึ่งในคาถานางกวักที่ว่า
"พระฤาษีผู้เป็นเจ้าประสิทธิให้ลูกคนเดียว"
ซึ่งยังคงได้รับการสวดสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นแห่งอานุภาพด้านการค้าขาย
เมื่อเข้าสู่วัยสาว
นางกวักได้ช่วยเหลือพ่อค้าและชาวบ้านในการเดินทางค้าขายระหว่างเมือง
ในยุคนั้น การเดินทางเต็มไปด้วยอุปสรรค ทั้งภูเขา ป่าไม้ สัตว์ร้าย
และโจรผู้ร้าย การค้าขายจึงเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญและโชควาสนา
แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า ทุกครั้งที่นางกวักร่วมเดินทางไปกับคณะพ่อค้า
การค้าขายกลับประสบความสำเร็จอย่างมาก สินค้าขายดีเกินความคาดหมาย ลูกค้าแน่นร้าน
และการเจรจาการค้าราบรื่น
พ่อค้าหลายคนเริ่มสังเกตเห็นว่า
เพียงนางกวักนั่งอยู่หน้าร้านหรือหน้ากองสินค้า
ผู้คนก็จะพากันเข้ามาสอบถามและอุดหนุนอย่างไม่ขาดสาย
ข่าวเรื่องนี้แพร่สะพัดไปทั่ว
ผู้คนจึงเชื่อว่านางกวักมีบุญญาธิการด้านการเรียกทรัพย์และเรียกลูกค้า
จากความเชื่อนี้เอง จึงเริ่มมีการสร้างรูปจำลองของนางในลักษณะนั่งพับเพียบ
ยกมือกวักเชื้อเชิญ เพื่อเป็นเครื่องหมายแห่งโชคลาภทางการค้า
ท่ากวักมือดังกล่าวมีความหมายว่า
"เชิญเข้ามาเถิด ขอให้กิจการรุ่งเรือง
ขอให้ผู้คนหลั่งไหลเข้ามา"
ต่อมา รูปแม่นางกวักจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำร้านค้า ตลาด และกิจการต่าง ๆ
ทั่วประเทศไทย
แม้กาลเวลาจะผ่านมาหลายร้อยปี
ตำนานเรื่องนางกวักยังคงได้รับการเล่าขานอย่างไม่เสื่อมคลาย
เพราะนอกจากจะสะท้อนความเชื่อเรื่องโชคลาภแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยหลักคิดสำคัญว่า
ความสำเร็จทางการค้านั้นเกิดจากความเมตตา ความจริงใจ และการให้เกียรติผู้คน
ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ทำให้ผู้คนอยากกลับมาอุดหนุนอยู่เสมอ
ดังนั้น แม่นางกวักจึงมิได้เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งการเรียกทรัพย์
หากยังเป็นสัญลักษณ์ของรอยยิ้ม มิตรไมตรี
และความปรารถนาดีที่พ่อค้าแม่ค้ามอบให้แก่ผู้มาเยือนทุกคน
===============================
📚 หนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ทองใบ เรียบเรียงโดย พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร อ่านง่าย ได้สาระ ค้นคว้าอ้างอิงได้ เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา นักวิชาการ และผู้สนใจทั่วไป
👉 คลิกที่นี่เพื่อรับชมและสั่งซื้อผลงานทั้งหมดจาก สำนักพิมพ์
ทองใบ ที่ Meb Market
#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ
#Ebookไทย
#หนังสือดีบอกต่อ
#หนังสือออนไลน์
#MebMarket
#อ่านหนังสือ
#รักการอ่าน
#พัฒนาตนเอง
#ความรู้รอบตัว
#พระพุทธศาสนา
#ประวัติศาสตร์
#เศรษฐศาสตร์
#หนังสือวิชาการ
#หนังสือสารคดี
#Ebookน่าอ่าน
#หนังสือขายดี
#หนังสือแนะนำ
#BookLover
#ThaiEbook
#KnowledgeIsPowe
Hashtag แนะนำ
#ร้านหนังสือสำนักพิมพ์ทองใบ
#Ebookไทย
#หนังสือดีบอกต่อ
#หนังสือออนไลน์
#MebMarket
#อ่านหนังสือ
#รักการอ่าน
#พัฒนาตนเอง
#ความรู้รอบตัว
#พระพุทธศาสนา
#ประวัติศาสตร์
#เศรษฐศาสตร์
#หนังสือวิชาการ
#หนังสือสารคดี
#Ebookน่าอ่าน